Archive for October, 2007

คางคกมีน้ำใจ

บิ้วอารมณ์ทำงานอยู่ตั้งนาน .. พอจะได้ซักหน่อย แวะไปเช็คเมลอันนึง แล้วเตะตา และแวะเอามาฝากกัน เรื่องมีอยู่ว่า เย็นวันหนึ่งในขณะที่เด็กๆเริ่มทยอยกลับบ้าน

ครูเจี๊ยบกำลังว่างงาน..

เลยอยากชวนเด็กๆที่ยังอยู่มาเล่นเกม(การละเล่น)

ครูเจี๊ยบ    :  เด็กๆคะมาทางนี้เร็วครูมีอะไรๆสนุกให้ทำ

เด็กๆ        :  …………………………..(ไม่มีเสียงตอบอะไร)

ครูเจี๊ยบ    :  มาเร็วใครมาหาครูก่อนมีขนมแจกนะเอ้อ

เด็ก         :  …………………………………………………..

ครูเจี๊ยบแปลกใจ..

วันนี้เด็กๆเป็นอะไรไม่สนใจครูเหมือนเคยหรือว่า………….
เรตติ้งจะตกเลยเดินมาใกล้ๆกลุ่มเด็กๆเห็นมุงดูบางสิ่งอย่างสนใจ

ครูเจี๊ยบ     :  ดูอะไรกันคะ(เสียงสูง งอนนิดๆ)

น้องอาร์ม  :  อย่าดังครับครูเดี๊ยวมันตกใจ

ครูเจี๊ยบ     :  อะไรคะ…อะไรตกใจ

น้องพลอย : คางคกค่ะ..เป็นคางคกมีน้ำใจ.ด้วย

ครูเจี๊ยบ     : ไหนคะ มีน้ำใจยังไง

ต้นกล้า      :  นี่ไง มันแบกน้องตัวเล็กไว้ข้างหลัง

ครูเจี๊ยบมองตามเด็กๆชี้มือก็เห็นภาพเนี๊ย…..(เสียงสูง)

น้องอาร์ม  :  มันมีน้ำใจครับน้องมันตัวเล็กเวลาเดินจะเมื่อย พี่มันเลยแบกน้องไว้

น้องเอิร์น  :  มันแบกตั้งนานแล้วไม่บ่นเลยค่ะครู มีน้ำใจมากๆ

ครูเจี๊ยบ :  จ้า….มีน้ำใจก็มีน้ำใจ ……….(เฮ้อ…เด็กหนอเด็ก)

…………………………………………………………………

…………………………………………………………………

…………………………………………………………………

…………………………………………………………………

…………………………………………………………………

image002.gif

image003.gif

image004.gif

I’m no way

amway.jpg 

ธุรกิจเครือข่ายที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น amway ผลิดภัณฑ์ของเขามีตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะหันไปไหนคุณก่อจะเจอคำว่า amway อยู่รอบกาย นี่ถ้าผลิตอ๊อกซิเจนได้ด้วยคงทำไปนานแล้ว แต่ประเด็นที่จะมาพูดวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกะผลิตภัณฑ์ของเขาแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องของรูปแบบและกระบวนการทำงานของธุรกิจนี้ .. เหตุที่ต้องพูดเพราะว่าตูเบื่อพวกทำ amway ม๊ากกกกกกกกกกกกกมาก แล้วไอ้พวกที่ทำก่อไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน เพื่อนช้านนนนนทั้งน๊าน … ซึ่งถ้ามันไม่เริ่มต้นชวนเพื่อนมันก่อก่อน มันก่อไม่รู้จะเริ่มต้นที่ใครใช่ม่ะ ซึ่งเจอมาแบบหลากหลายประเภท หลากหลายรูปแบบมาก ชนิดที่ว่าพูดดีก่อแล้ว ด่าก่อแล้ว ยังไม่วายตามตื้อให้เป็นสมาชิกอีก … เริ่มเลยแระกัน สมาชิกของธุรกิจ amway แบ่งได้ 2  ประเภท คือ 1 สมาชิกธรรมดา ที่จะได้สิทธิ์จากการซื้อสินค้าแล้วได้ส่วนลด 25 % (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังคงส่วนลดนี้อยู่ป่ะ) ก่อเหมือนกับสมาชิกของสินค้าอื่นๆทั่วๆไปที่เป็นสมาชิกแล้วก่อจะได้ส่วนลดจากการสั่งซื้อสินค้า 2. สมาชิกประเภทธุรกิจ แบบนี้แหละที่พวกทำ amway มันชอบให้ทำกันนักหนา ซึ่งสงวนราคาค่าสมาชิกแล้วแบบแรกจะราคา 300หรือ 600 เนี่ยแหละ แต่แบบหลังจะ 900 บาท เหตุที่เขาจะให้เราทำแบบที่สองเพราะ เขาจะให้เหตุผลว่า ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเขา เราจะมีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจเขาแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร และมันก่อไม่ใช่การขายของ จะมีรายได้ไหลเข้าบัญชีในแต่ละเดือน ประทานโทษเหอะ ไม่ขายของแล้วรายได้มันจะมาจากไหนว่ะ เงินที่ได้มาแต่ละเดือนก่อได้มาจากกลุ่มสมาชิกที่สร้างขึ้นร่วมกันใช้สินค้า พอได้ยอดถึงที่กำหนดเขาก่อคืนกำไรให้เรา ถ้าต้นทุนสินค้า 50 บาท ถามหน่อยเหอะจะตั้งราคาขายกัน 50 บาทมั๊ย มันก่อต้องตั้งราคามากกว่านั้นอยู่แล้ว อาจจะเป็น 100 บาท เท่ากับเขาได้กำไร 50 บาท เขาก่ออาจปันให้ผู้ใช้ซัก 25 บาท ซึ่งมันก่อดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าของเขาจิงๆ แล้วซื้อใช้หลายชนิด ซึ่งก่อไม่ได้ว่า ว่าสินค้าเขาไม่ดี แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีการหาเพื่อนสมาชิกหน่อยได้มั๊ย ถ้าคนเขาไม่ชอบ ทำไมต้องใช้กลวิธีต่างๆนานา ให้เขามาร่วมเป็นสมาชิกด้วย ถ้ามันไม่ใช่การขายของ แล้วเงินที่ได้มาจากไหน ถ้าเป็นสมาชิกแล้วไม่ซื้อสินค้าใช้ ยังจะมีเงินไหลเข้าบัญชีให้ม่ะ เคยได้มีโอกาสไปเข้า centre กับเขาครั้งนึง ไม่ได้ตั้งใจไป แต่ถูกหลอกไป ( centre คือ การรวมกลุ่มของสมาชิก amway ซึ่งกลุ่มนึงก่อเรียกว่า centre นึง) เผอิญวันนั้น เขาบอกว่าคัยที่ยังไม่เคยมาที่นี่ ช่วยออกมาแนะนำตัวด้วย ก่อเลยออกไป แค่ไปบอกว่าชื่อไร ทำงานที่ไหน พอเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ ทุกคนก่อมารุมจับไม้ จับมือ เสมือนหนึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์ขึ้นมาร้องเพลง ความรู้สึกตอนนั้นมันรับรู้ได้ถึงการเสแสร้ง ชีวิตมันไม่ต้องขนาดนั้นก่อได้ ไม่ได้เป็นวีรสตรีไปช่วยคนจมน้ำตาย หรือยอดมนุษย์ที่ไหน  มีน้องที่รู้จักบางคนเขาเราเรื่องวิธีการหาคนของเขา เขาบอกว่าแค่คนยืนรอป้ายรถเมล์เดียวกัน ซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อน ก่อสามารถชวนมาเป็นสมาชิกได้ ด้วยวิธีการอ่ะหรอ เช่น ทำของตก ให้อีกฝ่ายช่วยเก็บให้ แล้วแกล้งถามชื่อ ขอเบอร์ ประเภทว่าหว่านเสน่ห์ประมาณนั้นอ่ะ แล้วค่อยติดต่อคุยกันทีหลังจากนั้นค่อยเริ่มเข้าประเด็น คนที่ทำ amway เขาจะมีสอนด้านจิตวิทยาให้เรียนรู้คนแต่ละประเภท ไม่ใช่คนทุกคนที่มาถึงเขาจะมาชวนทำ amway เลย แต่เขาจะดูทัศนคติเราก่อน แล้วค่อยๆ หยอดมาทีละนิด .. แล้วก่อประเภทเพื่อนที่ไม่รู้จักกันหรือแทบไม่เคยได้คุยกันมาก่อน อยู่ดีดีมีเบอร์เรา แล้วก่อโทรมาคิดถึงเราเฉยเลยอ่ะ แล้วก่อชวนไปโน่น ไปนี่อ่ะ ระวังไว้ก่อดีนะ เพราะที่ที่เขาจะพาไปก่อคือ centre amway หรืองาน amway นั่นเอง เพราะพวกเขาจะไปเราไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่พลพรรค amway แม้แต่อากาศก่อเป็น amway ถ้าเราหายใจเข้าไปแล้ว ออกมาเมื่อใด ท่านก่อจะได้เป็นหนึ่งในสมาชิก amway ขึ้นมาทันที .. และประเด็นที่จะบอกสำหรับคนทำ amway ก่อคือ คุณทำหน่ะไม่ผิด แต่คุณอย่าพยายามชักจูงคนที่เขาไม่ชอบไปด้วยได้มั๊ย คนเราทุกคน ต่างมีความชอบที่แตกต่างกัน จะให้ทุกคนคิดเหมือนคุณกันหมดไม่ได้หรอก เงินใครๆก่อชอบ ใครก่ออยากรวยกันทั้งนั้น แต่ละคนก่อล้วนมีวิถีทาง และวิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง ไม่จำเป็นต้องทำ amway แล้วรวยเสมอไป คนที่เขาประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง มีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านก่อไม่ได้เริ่มต้นมาจาก amway ซักนิด เขาเริ่มมาจากสมอง และลงมือทำงานด้วยหยาดเหงือแรงงาน ไม่ใช่การหลอกลวง …..

if…..then ?

confuse.jpg

เบญเชื่อว่าในชีวิตของคนเราทุกคนย่อมเจอกับเงื่อนไขนานาประการให้เราต้องตัดสินใจ .. แล้วเคยบ้างมั๊ย ที่เราเลือกไม่ถูกว่าจะทำอะไร จะไปทางไหน เหมือนกับชีวิตมันเจอทางแยก อยู่ 2 ทาง คือ ซ้าย กับ ขวา และทั้งสองทางนั้นเราก่อไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามันเป็นยังไง ต้องเจอกับอะไรบ้าง ทำให้มีคนตั้งคำถามกับเบญว่า แล้วจุดที่เราต้องการจะยืนอยู่ คือ ตรงไหน เออ .. นั่นสิ มันก่อตอบไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตมา 20 กว่าปี(ไม่บอกหรอก ว่ากว่าเท่าไหร่ อิอิ) ก่อไม่เคยคิดไกลขนาดนั้นเหมือนกัน คิดแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ แต่ไม่เคยคิดว่าอีก 5 ปี หรือ 10 ปี ชั้นจะทำอะไร และอยู่ตรงไหน มันก่อเลยเกิดเงื่อนไขขึ้นว่า if(ฉันเลือกทางนี้) then ฉันได้งานดี else ฉันได้เงินดี … ?????

 ขอบคุณภาพจาก `myheadphones

นกสามขากำลังจะหารังใหม่

display02.jpg

วลีนี้ได้มาจากเรื่องจูมง  วันนี้บอกหัวหน้าแล้วว่าจะลาออก เฮ้อ! คิดๆแล้วก่อใจหายเหมือนกัน ทำงานที่นี่(ผู้จัดการ) มา 2 ปีกว่าๆแล้ว ไม่ใช่ที่นี่ไม่ดีนะ แต่ทุกคนก่อต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานใช่ม่ะ วันนี้พอบอกหัวหน้าแล้วแกก่อใจหายเหมือนกัน แกก่อไม่อยากให้ไปซักเท่าไหร่ แต่แกก่อไม่อยากขัดขวางอนาคตเรา.. ออกจากที่นี่ไปก่อคงต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่เหมือนกัน จากที่ free style คงต้องมีกฏมีระเบียบมากขึ้น แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทำที่ไหน เพราะงานมันดันมาพร้อมๆกันอ่าดิ แต่ละที่ก่อดีเสีย คนละอย่าง ใจนึงก่ออยากกลับบ้าน อีกใจนึงก่อยังหลงสัสันเมืองกรุง(555+)  แต่ก่อคิดเหมือนกัน ถ้าไม่กลับไปตอนนี้ พออายุมากแล้ว คิดจะกลับไปมันจะมีงานให้ตรูทำหรอฟ่ะ ส่วนพ่อแม่ไม่ต้องพูดถึงอยากให้กลับไปใจจะขาด  ตอนนี้ก่อได้แต่ช่วยเขาหาคนมาแทนเรา ซึ่งจะหาคนทำด้านนี้โดยตรงก่อคงจะยากซักหน่อย จะให้มาเทรนให้ใหม่เหมือนสมัยเรา หัวหน้าแกก่อไม่มีเวลามานั่งเทรนให้แระ มันก่อรู้สึกผิดอยู่บ้างอ่ะนะ ที่อยู่ๆก่อลาออกแบบจู่โจม ซึ่ง programmer มันก่อดันเหลือเราคนเดียวซะด้วย แต่จังหวะงานมันมาพอดี 

Jumonglism

jumong1.jpg

ตอนนี้กระแสหนังเกาหลีที่มาแรง คงต้องเป็นพี่มงของเราแน่นอน คริๆ หนังบ้าอะรัยก่อม่ะรู้หนู๊กกกกกกกกกหนุก คัยที่ไม่เคยดูก่อจะหาว่าเราบ้าอย่างหนัก แต่จิงแล้วหนังเรื่องนี้มีสาระมั่กๆ ได้ทั้งความสนุก มันส์ และสาระไปพร้อมๆกันเลยแหละ เพราะมันเป็นหนังประวัติศาสตร์ ของเกาหลี  ทำให้เห็นสภาพบ้านเมืองในยุคก่อนเป็นยังไง   สมัยที่ประเทศยังไม่เป็นประเทศ เป็นเพียงชนเผ่าเล็ก เผ่าน้อย แล้วพี่มงเรานี่แหละที่เป็นผู้เริ่มต้นรวมประเทศขึ้นมา เท่ห์สุดๆจะบอกให้  คัยจะนัดไปไหน หลัง 6 โมง เสาร์-อาทิตย์ อย่าหวังซะให้ยาก  เวลานี้สละให้พี่มงของเราคนเดียว(หุหุ)

ขอบคุณภาพจาก Pantip.com

My first blog

ย้ายบ้านมาจาก space แระ เหตุเพราะโดนก่อกวน ทำให้ update blog ม่ะได้เลย

เลยตัดสินใจย้ายบ้านดีก่า ห่างหายจากการเขียน blog มาซะนาน ใจจะขาดรอนๆ

ช่วงหายไป ก็ไปใช้ชีวิตในสมรภูมิรบมาร่วมเดือน สองเดือน รบกะข้อสอบจารย์มา

ปรากฏว่าแพ้ไป 2 ตัว คือ java กะ toefl ทำให้ต้องไปสอบ java certified ของ Sun

มายื่นแทน เพิ่งไปสอบมาเมื่อวานนี้เอง ผลออกมา คือ สอบผ่าน

(หุหุ ในความโหดร้าย มันก่อยังมีความปราณี อยู่บ้างแหละน่า)

ทำให้ตอนนี้มี Certified 2 ใบแย้ว คือ Sun Certified Java Programmer

กะ Sun Certified Web Component Developer ตอนนี้ก็เหลือ Toefl ตัวเดียว

สู้ สู้  …  สู้ตายยยยยยยย!!!