Archive for Uncategorized

อันตรายที่สุดคือความคิดตัวเอง

เมื่อจิตฟุ้งซ่าน ย่อมนำพาซึ่งความคิดฟุ้งซ่าน คิดโน่น คิดนี่ไปเรื่อย แถมบางครั้งก็ดันไปคิดแทนคนอื่นอีก ได้แต่คิดแต่ไม่พูด ไม่แสดงออกจะมีคนอื่นเขารู้มั้ยสว่าเราคิดอะไร ได้แต่เก็บเอามาคิดคนเดียว แล้วก็ตัดสินใจคนเดียว บางครั้งมันก็นำมาซื่งการตัดสินใจที่ผิดพลาด กลัวความรู้สึกตัวเองช่วงนี้จัง กลัวอารมณ์ชั่ววูปของตัวเองจะทำให้มาเสียใจภายหลัง ……

ณ ขณะหนึ่ง

ห่างหายจากการ update blog ซะนาน ตั้งแต่ย้ายที่ทำงาน งานยุ่งโคตรๆ ช่วงนี้ทั้งเหนื่อยและท้อ พลาญให้คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย  จับเล็กผสมน้อย  จนจะเกือบบ้าแระเนี่ย!!!  วันนี้นั่งฟังเพลง ถามเอาอะไร ของ เต้น ไมค์ ไอดอล  อยู่ดีๆน้ำตามันก็ออกมาเฉยเลย อารมณ์เพลงมันพาไปนึกถึงตอนที่อกหักใหม่ๆ  มันโคตรโดนเลย

คัยอยากฟังเชิญทางนี้ — > http://www.youtube.com/watch?v=oDFWjptmSQw&feature=related

The End Of The Day

“The end of the day”  คำๆนี้ ได้ copy มาจากผลงานเขียนของคุณวินทร์ เลียววาริณ ซึ่งคุณวินทร์ได้ให้ความหมายไว้ว่า  “หมายถึง  การวัดผลในการตอนจบวัน เป็นการใช้ชีวิตโดยมองภาพรวม จะลงทุนมากน้อย จะทำงานใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเหลือเงินในกระเป๋าเท่าไหร่  แม่ค้าขายขนมครกที่ทำงานไปเรื่อยๆตลอดวัน เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว อาจมีเงินมากกว่าเจ้าของร้านอาหารติดแอร์ ถึงแม้รายได้ต่อวันจะสูงมากกว่า แต่ค่าโสหุ้ยก็สูงเช่นกัน”  ทำให้นึกถึงตัวเองว่าทุกวันทำงานในเมืองใหญ่ มีรายได้ต่อเดือนก่อสูงพอสมควร แต่กลับยังไม่มีเงินเก็บ ได้แต่มีเงินใช้ไปวันๆ ตอนจบมาแรกๆ หวังหางานในกรุง เพราะจะได้ทำงานที่ตัวเองรักได้มากกว่า ถ้าพูดกันง่ายๆก่อคือมีตัวเลือกเยอะกว่านั่นเอง แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ยังอยากทำงานที่ตัวเองทำอยู่ทุกวันนี้อยู่รึป่าว ก่อยังอยากจะทำอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นอาชีพหลักนะ ขอเป็นอาชีพรองแระกัน เพราะอะไรหน่ะหรอ  เพราะมันเป็นงานที่ทำให้คนอื่นเขารวย รวย แล้วก่อรวย แต่ในขณะที่ตัวเองก่ออยู่เท่าเดิม การได้เป็นสร้างอะไรเป็นของตัวเอง แม้ไม่ใหญ่โต แต่เราก่อได้เป็นเจ้าของ  แม้ไม่ได้กำไรร้อยล้าน แต่มันก่อได้ความสุขทางใจ มากกว่าที่จะต้องมาทำงานแบบรองรับความต้องการของคนอื่น ผลตอบแทนที่ได้ก่อคือเงินเดือนที่คงที่ในแต่ละเดือน การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา มันก่อไม่มีค่าเท่ากับการได้ใช้ชีวิตกับคนที่เฝ้ารอคอยการกลับบ้านของเรา อย่างสิ่งที่เราจะได้จากเขาก่อคือ ความจริงใจและความสุข  ที่เราจะได้จากเขาทุกวัน…

Love Is Weaken When It Comes Out Of Mouth

I wasn’t mean you lost your mind
I wasn’t mean it. I was not.
It ain’t over till it is over.
I wanna give you something new.

Don’t leave me. (have) a little more time.
Don’t leave me. (have) a little more time.

It’s hard to spell from L to E.
Love is weaken when it comes out of mouth.
I’m not a lighthouse can’t shine you a light.
I’m just a pillow can nap for a while.

Don’t leave me. (have) a little more time.
Don’t leave me. (have) a little more time.

Ahh~~
(Won’t you coming back?)

I wasn’t mean you lost your mind
I wasn’t mean it. I was not.
I’m sure I’m lost my mind & forget how I’ve fought.
Don’t sorry to me, That’s fine.

I’m not a lighthouse can’t shine you a light.
I’m just a pillow can nap for a while.

I won’t let my mind give up…
won’t let my mind give up anymore.

Don’t leave me. (have) a little more time.
Don’t leave me. (have) a little more time.

Ahh~~
(Won’t you coming back?)

(I can hold it)
(manage to do it)
(will forget it)
(We live anyway)

 

ละอองชีวิต

 

เคยนึกถามตัวเองว่าทำไมเราต้องทำงาน ทำไมเราต้องดิ้นรนอะไรมากมายด้วย สุดท้ายชีวิตแล้วเราก่อเอาไปไม่ได้ ทำงานจนเกษียณตัวเองแล้วจะมีโอกาสได้ใช้เงินที่ตัวเองหามาได้ซักกี่ปีเชียว  การได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนมากหน้าหลายตา มันก่อไม่ได้ช่วยทำให้คนเรามีความสุขไปได้ โดยเฉพาะสังคมแห่งสีสัน สังคมแห่งการแกร่งแย่ง แข่งขันกันอยู่ตลอด จะมีซักกี่คนที่จะจิงใจกับเรา 100%  สังคมแห่งการเอื้ออาทรเหล่านั้นมันหายไปไหน ฉันจะทนอยู่กับสังคมนี่ได้นานเท่าใดหนอ…………………………………………………

ขอบภาพจากพี่ต้อม แห่ง http://photomind.wordpress.com

ปล. พี่ต้อมตั้งชื่อภาพนี้ว่า “ละอองชีวิต”

Chaing Rai Trip

ไม่ได้อัพเดท ซะนาน เหม็นกลิ่น blog เน่า ตุๆแระ  คริๆ เดือนที่แล้วจัดทริปไปเชียงรายกัน กำหนดการเจงๆก่อ 23 – 26 พ.ย. แต่เหมือนดวงพาซวยเจงๆ วันเดินทางเครื่องออก 18.10 น. ไปเช็คอินม่ะทันฮ่ะ ตกเครื่องซะงั้น  เรื่องของเรื่องก่อมีอยู่ว่า คิดแล้วว่าตัวเองไปเช็คอินไม่ทันแน่ เลยฝากให้เพื่อน ซึ่งวันนั้นมันลางานพอดี ให้ไปเช็คอินแทน ปรากฏว่าถึงเวลาจิงๆดันมาช้ากว่าเราอีก มากันตอน 17.30 น. ทางบริษัทนกแอร์ เลยเอาที่นั่งของพวกเราไปให้คนอื่น แล้วก่อมาอ้างว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ระบบเราเองค่ะ เด่วเราจะไปซื้อที่นั่งของการบินไทยให้ ประทานโทษเหอะ ช่วงนั้นมันเทศกาลลอยกระทงนะพี่ท่าน ไม่คิดบ้างหรอว่าลูกค้าของสายการบินเขาก่อคงล้นแล้วแหละ ตอนแรกก่อคิดในใจแระว่าหวานแระงานนี้ เสียเงินแค่นี้แต่ได้งานการบินไทย สักชั่วโมงนึงได้ “ขอโทษจิงๆค่ะ ตอนนี้ทุกสายการบินเต็มหมด ไฟท์ของคืนนี้หมดแล้ว เหลือพรุ่งนี้ เราจะให้คุณไปพักโรงแรมที่ดีที่สุด พร้อมอาหารเช้า – เย็น บริการฟรี” ตอนแรกก่อคิดว่าคงได้เที่ยวเช้าก่อยังอารมณ์ดีกันอยู่ ปรากฏว่าได้ที่อีกที่บ่ายโมง แม่เจ้า !!! ”แสดดดดดดดดดดด” ทริปที่วางไว้เป็นอันเลื่อนตารางกันหมด ไปกันทั้งหมด 6 คน ที่ไปเช็คอินทัน 3 คน ตกค้างอีก 3 คน ยังดีที่มีเพื่อนพ้องร่วมความซวยกับเรา 1 คณะใหญ่กะอีก 1 คน เลยได้พลพรรคกันไปร่วมด้วยช่วยกันด่า manager ของนกแอร์ ก่อนจะกลับไปนอนโรงแรมที่มันหาให้อย่างสบายใจ บ่นพอแระ ติดตามชมภาพกันได้ที่ http://www.flickr.com/photos/benjang

Trained Marathon

เริ่มงานตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วค่ะพี่น้อง .. แต่ยังไม่เห็นหน้าเจ้านายกะเพื่อนพ้องเพื่อนร่วมงานเลย ก่อเล่นจัดตารางอบรมให้ตั้งแต่วันแรก ยันอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เลย … กะไม่ให้เกิดข้อบกพร่องในการทำงานกันเลย ^^”  จบคำบรรรยาย!!

if…..then ?

confuse.jpg

เบญเชื่อว่าในชีวิตของคนเราทุกคนย่อมเจอกับเงื่อนไขนานาประการให้เราต้องตัดสินใจ .. แล้วเคยบ้างมั๊ย ที่เราเลือกไม่ถูกว่าจะทำอะไร จะไปทางไหน เหมือนกับชีวิตมันเจอทางแยก อยู่ 2 ทาง คือ ซ้าย กับ ขวา และทั้งสองทางนั้นเราก่อไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามันเป็นยังไง ต้องเจอกับอะไรบ้าง ทำให้มีคนตั้งคำถามกับเบญว่า แล้วจุดที่เราต้องการจะยืนอยู่ คือ ตรงไหน เออ .. นั่นสิ มันก่อตอบไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตมา 20 กว่าปี(ไม่บอกหรอก ว่ากว่าเท่าไหร่ อิอิ) ก่อไม่เคยคิดไกลขนาดนั้นเหมือนกัน คิดแค่วันนี้กับพรุ่งนี้ แต่ไม่เคยคิดว่าอีก 5 ปี หรือ 10 ปี ชั้นจะทำอะไร และอยู่ตรงไหน มันก่อเลยเกิดเงื่อนไขขึ้นว่า if(ฉันเลือกทางนี้) then ฉันได้งานดี else ฉันได้เงินดี … ?????

 ขอบคุณภาพจาก `myheadphones